เริ่มต้นลงทุนยังไง? สำหรับมือใหม่หัดลงทุนครั้งแรก

เมื่อเราก้าวเข้าสู่วงการลงทุนในฐานะนักลงทุนหน้าใหม่ การตัดสินใจอย่างรอบคอบเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าเงินของคุณจะถูกนำไปใช้ในที่ทางที่เหมาะสม

เมื่อตัดสินใจเริ่มต้นในฐานะนักลงทุนรายใหม่ คุณต้องแน่ใจก่อนว่าคุณได้ลงเงินไปถูกที่ถูกทาง การลงทุนครั้งแรกอาจเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะเมื่อมีความรู้พื้นฐานแต่ยังขาดประสบการณ์ เพราะคุณไม่มีทางรู้ล่วงหน้าได้เลยว่าคุณจะได้กำไรหรือขาดทุน

มีวิธีการลงทุนที่ดีที่สุดหรือไม่?

คุณจะเลือกลงทุนอย่างไร?

คุณมีวิธีการจัดการความเสี่ยงได้หรือไม่?

1. หากเมื่อคุณต้องการที่จะลงทุนในหุ้น

คุณอาจสนใจในซื้อหุ้นของบริษัทหนึ่ง แต่ตอนนี้ยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณอยู่เงินลงทุนในการซื้อหุ้นที่จำนวนเริ่มต้น 1 หุ้น หรือหุ้นตัวนั้นอาจมีราคาสูงเกินไปสำหรับการซื้อขายเทรดครั้งแรกของคุณ แล้วคุณจะทำอย่างไร? ลองพิจารณาจากสถานการณ์ต่อไปนี้

ตัวอย่างเช่น:

บริษัท ABC ซึ่งเป็นบริษัทชั้นผู้นำในอุตสาหกรรม มีราคาหุ้นอยู่ที่ 2,000 ดอลลาร์ต่อ 1 หุ้น แต่ตอนนี้คุณมีเงินลงทุนเพียง 100 ดอลลาร์อยู่ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์

ทางเลือกที่ 1: ฝากเงินเพิ่มในจำนวนที่คุณสามารถรับความเสี่ยงได้และซื้อหุ้นบริษัท ABC 1 หุ้นในราคา 2,000 ดอลลาร์

ทางเลือกที่ 2: ซื้อหุ้นแบบ Fractional Share (เศษหุ้น) และซื้อเศษหุ้นด้วยจำนวนเงิน 100 ดอลลาร์

2. หากคุณคิดว่าพอร์ตหุ้นของคุณมีความเสี่ยงสูงเกินไปและต้องการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนของคุณ

คุณสามารถซื้อสินทรัพย์ลงทุนที่หลากหลายอย่างเพื่อกระจายความเสี่ยงในการลงทุนได้ เมื่อคนส่วนใหญ่พูดคุยกันเกี่ยวกับแนวโน้มของตลาดหุ้น US ส่วนใหญ่จะดูผลการดำเนินงานของดัชนีหลักของตลาด อย่างเช่น ดัชนี Nasdaq หรือ ดัชนี S&P 500 การลงทุนในหุ้นของบริษัทเพียงบริษัทเดียวอาจมีความเสี่ยงสูงจากการกระจุกตัวในการลงทุน เปรียบเทียบกับการลงทุนในดัชนีที่ประกอบด้วยหุ้นจำนวนมากทั้งตลาดจะสามารถช่วยกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่า กองทุนรวมดัชนี (Index ETF) จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุณลงทุนในดัชนีของตลาดหุ้น หรือดัชนีของสินทรัพย์ลงทุนอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือดัชนี S&P 500 ไม่ใช่สินทรัพย์ที่ซื้อขายได้โดยตรง แต่เป็นเพียงตัวชี้วัดกลุ่มบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด 500 บริษัทแรก ซึ่งแต่คุณสามารถลงทุนในดัชนีนี้ได้ โดยผ่านการเทรดกองทุนรวมดัชนี (Index ETF)

แต่ถ้าคุณมองว่า ETF ที่คุณต้องการซื้อ ยังมีราคาสูงเกินไป การซื้อ Fractional Shares เศษหุ้นก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจและช่วยให้คุณเริ่มต้นลงทุนได้ง่ายขึ้น

ตัวอย่างเช่น:

คุณมีเงินในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์เพียง 100 ดอลลาร์ แต่ต้องการที่จะลงทุนให้ได้ผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับดัชนี A ซึ่งประกอบด้วยหุ้นทั้งหมด 50 ตัว ด้วยจำนวนเงินลงทุนที่มีจำกัด คุณคงไม่สามารถซื้อหุ้นทั้ง 50 ตัวได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม แต่ในตลาดยังมี กองทุนรวมดัชนี ( Index ETF) ที่มีการบริหารลงทุนโดยการติดตามการเคลื่อนไหวของดัชนี A อย่างใกล้ชิด และมีราคาตลาดต่อหน่วยอยู่ที่ 500 ดอลลาร์ต่อ 1 หน่วย

ทางเลือกที่ 1: ทำการฝากเงินเพิ่มตามความเสี่ยงที่คุณรับได้ และซื้อกองทุน ETF ทั้งหน่วย

ทางเลือกที่ 2: ซื้อ Fractional Shares ของกองทุน ETF นี้ด้วยจำนวนเงิน 100 ดอลลาร์

Tip: การเทรด Fractional Shares ช่วยให้คุณสามารถลงทุนในหุ้นที่คุณสนใจ แม้ว่าจะไม่สามารถซื้อทั้งหุ้นได้ก็ตาม ด้วยวิธีนี้จะทำให้คุณสามารถเป็นเจ้าของหุ้นในบริษัทชั้นนำได้ตามจำนวนเงินที่คุณต้องการซื้อ

สรุป

ไม่ว่าคุณจะเลือกเริ่มต้นลงทุนด้วยหุ้น, กองทุน ETF หรือ Fractional Shares สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจไว้เสมอว่าไม่มีการลงทุนใดที่จะการันตีให้ผลกำไรตอบแทนที่แน่นอนโดยไม่มีปราศจากความเสี่ยงจากการลงทุนเลย กองทุน เช่น ETFs ที่ถึงแม้ว่าจะมักมีความผันผวนและโอกาสในการขาดทุนที่ต่ำกว่าหุ้น ในแง่ของผลตอบแทนและความเสี่ยงน้อยกว่าหุ้น แต่ในขณะเดียวกัน โอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนสูงก็จะน้อยลงตามไปด้วยเมื่อเทียบด้วยในจำนวนเงินลงทุนที่เท่ากัน ในทางกลับกัน การลงทุนในหุ้นต้องอาศัยการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อตัดสินใจว่าหุ้นของบริษัทตัวไหนที่ตอบโจทย์การลงทุนของคุณเหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณของคุณ

การตัดสินใจลงทุนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการลงทุนครั้งแรกของนักลงทุน แม้ว่าในปัจจุบันจะมีตัวเลือกการลงทุนให้เลือกอยู่มากมาย แต่สิ่งสำคัญคือคุณจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนที่จะก้าวเข้ามาสู่โลกแห่งการลงทุน

0
0
0
การลงทุนมีความเสี่ยงและไม่ได้เหมาะสมสําหรับนักลงทุนทุกคน มูลค่าของหลักทรัพย์อาจผันผวน และส่งผลให้ลูกค้าอาจขาดทุนมากกว่าเงินลงทุนเดิม ผลการดําเนินงานในอดีตของหลักทรัพย์หรือผลิตภัณฑ์การเงินไม่ได้รับประกันผลลัพธ์หรือผลตอบแทนในอนาคต โปรดทราบว่าแม้ว่าการกระจายความเสี่ยงอาจช่วยกระจายความเสี่ยง แต่ก็ไม่ได้รับประกันผลกําไรหรือป้องกันการขาดทุนในช่วงตลาดขาลง การขาดทุนมีโอกาสเกิดขึ้นได้เสมอเมื่อคุณลงทุนในหลักทรัพย์หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ ผู้ลงทุนควรพิจารณาวัตถุประสงค์และความเสี่ยงในการลงทุนอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
รายชื่อบทเรียน
1
วิธีการอ่านราคาเสนอซื้อ (Bid) และราคาเสนอขาย (Ask)
เริ่มต้นลงทุนยังไง? สำหรับมือใหม่หัดลงทุนครั้งแรก
3
เริ่มต้นการเทรดกับ Webull
4
วิธีอ่านข้อมูลหุ้นเพื่อการเทรดให้เข้าใจง่าย
5
วิธีปรับแต่งหน้าจอการเทรดหุ้นให้ตรงตามสไตล์คุณ
6
วิธีค้นหาหุ้นปันผล
7
การลงทุนหุ้น Blue Chip ในช่วงที่เศรษฐกิจขาลง
8
วิธีเลือกลงทุนหุ้นเติบโต (Growth Stocks)
9
ข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ในช่วงการประกาศงบการเงินของบริษัท
10
วิธีการค้นหาหุ้นที่เกิด Corporate Actions
11
สิ่งที่นักลงทุนควรรู้เกี่ยวกับการแตกพาร์ของหุ้น