สำหรับการเทรดออปชัน หากเรามีความเข้าใจและประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม ออปชันจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายในการลงทุนได้เป็นอย่างดี แต่ในขณะเดียวกัน ออปชันก็มีความเสี่ยงเฉพาะที่ต้องระมัดระวัง ดังนั้น นี่คือสิ่งที่คุณจะต้องรู้ก่อนจะเทรดออปชัน
ออปชันคือสัญญาที่จะมอบสิทธิ์ให้กับผู้ถือครองสัญญานี้ เพื่อที่จะซื้อหรือขายสินทรัพย์อ้างอิงภายใต้ราคาที่ตกลงกันไว้ในวันที่มีการระบุในสัญญา
สัญญาออปชันมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท ได้แก่

1. สินทรัพย์อ้างอิง
สินทรัพย์อ้างอิงคือสินทรัพย์ที่จะมีการซื้อ/ขาย หากสัญญาออปชันนั้นๆ ได้มีการใช้สิทธิ์เกิดขึ้น
โดยทั่วไปแล้ว สัญญาออปชันของหุ้น 1 สัญญาจะมีตัวคูณอยู่ที่ 100 หุ้น (1 สัญญา = 100 หุ้น, 2 สัญญา = 200 หุ้น เป็นต้น) ดังนั้น สัญญาออปชันหนึ่งสัญญาจะแทนหุ้นอ้างอิง 100 หุ้น ตัวอย่างเช่น คอลออปชันของบริษัท XYZ ให้สิทธิ์แก่ผู้ถือครองในการซื้อหุ้น 100 หุ้นของบริษัท XYZ
2. ราคาใช้สิทธิ์
ราคาใช้สิทธิ์คือราคาที่ได้มีการกำหนดไว้ล่วงหน้าสำหรับการซื้อ/ขายของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ
สมมติว่าเราทำการซื้อสัญญาคอลออปชันมาจำนวนหนึ่งสัญญาจากบริษัท XYZ โดยที่สัญญานั้นได้มีการกำหนดราคาใช้สิทธิ์ไว้ที่ราคา 150 ดอลลาร์ แปลว่าหากเราเลือกที่จะใช้สิทธิ์ของสัญญาคอลออปชันนี้ เราจะมีสิทธิ์ในการซื้อหุ้นจำนวน 100 หุ้น (1 สัญญา = 100 หุ้น) ของบริษัท XYZ ที่ราคา 150 ดอลลาร์ต่อหุ้น
3. วันหมดอายุของออปชัน
ออปชันจะไม่ได้คงอยู่ตลอดไป โดยทุกสัญญาจะมีวันสิ้นสุดระบุไว้ชัดเจน ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่ออปชันหมดอายุ ออปชันเหล่านั้นจะไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อีกต่อไป
เมื่อออปชันใกล้ถึงวันหมดอายุ ผู้ซื้อออปชันจะมีทางเลือกให้ต้องตัดสินใจดังต่อไปนี้
1) ขายออปชันเพื่อรับผลกำไรหรือขาดทุนตามจริง
2) ใช้สิทธิ์ของออปชันหากได้ประโยชน์
3) ปล่อยให้ออปชันหมดอายุและเสียค่าพรีเมียมที่จ่ายไปทั้งหมด
4. ค่าพรีเมียม
ค่าพรีเมียมคือราคาที่นักลงทุนต้องจ่ายเพื่อที่จะซื้อสัญญาจากผู้ขายสัญญาออปชัน
เปรียบเทียบกับการเทรดหุ้น การเทรดออปชันอาจจะมีสภาพคล่องที่น้อยกว่าและมีปริมาณการเทรดที่ต่ำกว่าในบางกรณี ดังนั้นสิ่งสำคัญของการเทรดออปชันคือต้องเข้าใจส่วนต่างราคาระหว่างราคาเสนอซื้อและเสนอขาย ซึ่งนี่อาจจะเป็นต้นทุนแฝงที่เพิ่มเข้ามาได้
5. รูปแบบการใช้สิทธิ์
ในตลาดออปชันจะมีออปชันอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบ ได้แก่
ก่อนที่เราจะเริ่มต้นเทรดออปชัน การทำความเข้าใจในองค์ประกอบของสัญญาออปชันนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก หลังจากที่เราได้เรียนรู้หลักการของออปชันและองค์ประกอบหลักๆ มาแล้ว เราจะสามารถเข้าใจรายละเอียดที่สำคัญในตาราง Options Chain บนแพลตฟอร์มของเราได้เป็นอย่างดี
หลังจากทำความเข้าใจพื้นฐานของออปชันแล้ว คุณอาจสงสัยว่าจะนำมาประยุกต์ใช้กับการเทรดออปชันได้อย่างไร เราจึงได้รวบรวมกลยุทธ์พื้นฐานสำหรับการเทรดออปชันมาแนะนำให้รู้จัก นอกจากนี้ เราขอแนะนำฟังก์ชันของเรา ซึ่งคุณสามารถจำลองการเทรดออปชัน (Paper Trading) เพื่อฝึกฝนก่อนใช้เงินจริงในการเทรดได้
1. กลยุทธ์ Long Call
คือการซื้อออปชันที่ให้สิทธิในการซื้อ (คอลออปชัน)สำหรับนักลงทุนที่มองว่าราคาสินทรัพย์อ้างอิงจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นในอนาคต
โอกาสขาดทุนที่สูงสุดที่นักลงทุนอาจได้รับจากการ Long Call คือค่าพรีเมียมที่จ่ายไป ณ ตอนที่เปิดสถานะ อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การเทรดออปชันแบบ Long Call มีโอกาสทำกำไรอย่างไม่จำกัด เนื่องจากราคาสินทรัพย์อ้างอิงสามารถปรับตัวขึ้นไปได้เรื่อยๆ อย่างไม่จำกัด
2. กลยุทธ์ Long Put
คือการซื้อออปชันที่ให้สิทธิในการขาย (พุทออปชัน)สำหรับนักลงทุนที่มีมุมมองว่าราคาสินทรัพย์อ้างอิงจะมีการปรับตัวลดลงในอนาคต
โอกาสขาดทุนที่สูงสุดที่นักลงทุนอาจได้รับจากการLong Put คือค่าพรีเมียมที่จ่ายไป ณ ตอนที่เปิดสถานะ แต่กลยุทธ์การเทรดออปชันแบบ Long Put มีโอกาสที่จะทำกำไรอย่างไม่จำกัน เนื่องจากราคาสินทรัพย์อ้างอิง สามารถปรับตัวลงถึงศูนย์ได้
ออปชันเป็นเครื่องมือการลงทุนที่มีความซับซ้อนและต้องอาศัยความรู้และความเข้าใจมากกว่าการเทรดหุ้นทั่วไป หากคุณต้องการสำรวจโลกแห่งการเทรดออปชัน ความเข้าใจพื้นฐานก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
ฟังก์ชันจำลองการเทรดหรือ Paper Trading จะเป็นตัวช่วยในการฝึกเทรดออปชันและจะทำให้คุณได้สะสมประสบการณ์ก่อนเริ่มเทรดด้วยเงินจริง เมื่อคุณเริ่มคุ้นเคยกับกลยุทธ์พื้นฐานในการเทรดออปชันแล้ว ยังมีกลยุทธ์การเทรดที่ซับซ้อนขึ้นอีกมากมาย ที่อาจตอบโจทย์เป้าหมายการเทรดของคุณ