วิธีค้นหาหุ้นปันผล

สำหรับนักลงทุนที่มุ่งหวังผลตอบแทนการลงทุนเป็นกระแสเงินสดสม่ำเสมอ หุ้นปันผลถือเป็นทางเลือกที่ใช่สำหรับนักลงทุนกลุ่มนี้

หุ้นปันผลคืออะไร?

หุ้นปันผล คือหุ้นของบริษัทที่จ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ โดยเงินปันผลมาจากส่วนหนึ่งของรายได้ของบริษัท

บริษัทที่มีการจ่ายเงินปันผลสูงมักจะเป็นบริษัทที่มั่นคงและมีประวัติการดำเนินงานที่ดี หุ้นกลุ่มนี้มักมีความสามารถในการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พอร์ตการลงทุนของคุณมีความมั่นคงมากขึ้น

จากข้อมูลการวิจัยพบว่า หุ้นที่เพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง มักจะทำรายได้ที่สูงกว่ากลุ่มหุ้นที่จ่ายเงินปันผลในอัตราเท่าเดิม ลดเงินปันผล หรือไม่จ่ายเงินปันผลเลย

ที่มาของข้อมูล: Compustat, Ned Davis Research, S&P Capital IQ และ S&P Dow Jones Indices

ปัจจัยในการประเมินหุ้นปันผลมีอะไรบ้าง

ตลาดหุ้นมีหุ้นที่จ่ายปันผลอยู่มากมายหลายพันตัว แล้วหุ้นที่มี Dividend Yield สูงๆ เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าในการลงทุนหรือไม่? คำตอบคือไม่จำเป็นเสมอไป

1. Dividend Yield สิ่งสำคัญแต่ไม่ใช่ทั้งหมด

Dividend Yield คืออัตราผลตอบแทนที่ผู้ถือหุ้นจะได้รับในรูปแบบของเงินปันผลต่อปี ที่หุ้นนั้นจะประกาศจ่ายในอัตราเทียบกับราคาหุ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ควรพิจารณาในการเลือกลงทุนหุ้นปันผล แต่ปัจจัยดังกล่าวไม่ใช่สิ่งเดียวที่คุณจะต้องพิจารณา

เพราะหากดูจากการคำนวณดังต่อไปนี้

Dividend Yield ที่สูง อาจเกิดได้จากสองปัจจัย คือ เงินปันผลที่เพิ่มขึ้น หรือราคาหุ้นปัจจุบันที่ลดลง

ยกตัวอย่างเช่น ในเดือนมิถุนายน 2022 นั้น Dividend Yield ของดัชนี S&P 500 อยู่ที่เพียง 1.69% ต่อปี เพราะฉะนั้นหากคุณเจอหุ้นที่มี Dividend Yield ที่สูงกว่า 10% ต่อปี คุณอาจลองหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยที่หุ้นตัวนั้นมี Dividend Yield ที่สูงเพื่อพิจารณาด้วยเช่นกัน

2. ปัจจัยพื้นฐานของบริษัท เพราะการเติบโตของกำไรอย่างมั่นคงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ

การพิจารณาผลประกอบการทางการเงินของบริษัท นั้นสำคัญเช่นกันในการเลือกจะลงทุนในหุ้นของบริษัทนั้น

โดยการค้นหาชื่อหุ้นคุณที่สนใจ แล้วคลิกเพื่อดูข้อมูลของหุ้นนั้นบนแอปพลิเคชันของเรา หลังจากนั้นคลิก Company > Financials เพื่อดูปัจจัยพื้นฐานของบริษัทนั้น

เริ่มจากพิจารณาข้อมูล 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ รายได้รวมของบริษัท และกำไรต่อหุ้น (EPS)

  • รายได้รวมเป็นข้อมูลทางการเงินสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงรายได้ทั้งหมดของบริษัทในไตรมาสที่ผ่านมา
  • ในทางกลับกัน กำไรต่อหุ้น (EPS) แสดงให้เห็นว่าบริษัทมีกำไรเท่าใดเมื่อเปรียบเทียบต่อ 1 หุ้น

การเติบโตอย่างต่อเนื่องของรายได้และกำไรต่อหุ้น (EPS) จะแสดงถึงการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทนั้นๆ

Tip: เราสามารถดูข้อมูลงบการเงินย้อนหลังของหุ้นในบริษัทที่เราสนใจได้อย่างไรบนแอปพลิเคชัน Webull?

ค้นหาชื่อสัญลักษณ์หุ้นคุณที่ต้องการ สนใจ แล้วคลิกเพื่อดูข้อมูลรายละเอียดของหุ้นนั้น และคลิก Company > Financials เพื่อดูปัจจัยพื้นฐานของบริษัทนั้น

3. อัตราส่วน P/E เพื่อดูว่าหุ้นนี้มีมูลค่าที่สมเหตุสมผลหรือไม่?

อัตราส่วน P/E คือการคำนวณราคาตลาดต่อกำไรสุทธิของบริษัท ซึ่งใช้ข้อมูลจากงบการเงินย้อนหลัง 12 เดือน (TTM)

โดย P/E จะสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนต้องจ่ายเงินเท่าใดเพื่อให้ได้กำไรจำนวน 1 ดอลลาร์ต่อปีจากการลงทุนในบริษัทนั้น หุ้นที่มีค่า P/E ที่สูง อาจถูกพิจารณาว่ามีราคาที่สูงเกินไปในขณะที่หุ้นที่มี ค่า P/E ที่ต่ำ อาจถูกมองว่าถูกประเมินมูลค่าหุ้นตัวนั้นต่ำกว่าความเป็นจริง และการเปรียบเทียบ P/E ของบริษัทที่เราสนใจกับบริษัทอื่นๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน จะทำให้เราเห็นว่าบริษัทที่เราสนใจลงทุนนั้นมีมูลค่าถูกหรือแพง โดยเทียบกับค่า P/E เฉลี่ยของหุ้นทั้งหมดในอุตสาหกรรมเดียวกัน

แต่อย่างไรก็ตาม ไม่มีเกณฑ์มาตรฐานกำหนดว่าค่า P/E เท่าใดจึงจะถือว่าสูงหรือต่ำ เพราะฉะนั้นเพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิง ค่าเฉลี่ยอัตราส่วน P/E ระยะยาวของดัชนี S&P 500 อยู่ที่ประมาณ 16 เท่า ซึ่งหมายความว่านักลงทุนจ่ายเงินโดยเฉลี่ย 16 ดอลลาร์เพื่อผลตอบแทนจำนวน 1 ดอลลาร์ต่อปีจากดัชนี S&P 500

Webull มีฟีเจอร์ “Peer Comparison” ที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถเปรียบเทียบอันดับของบริษัทที่สนใจกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกันได้ ดูอันดับของหุ้นเพื่อพิจารณาว่าหุ้นนั้นมีมูลค่าที่เหมาะสมหรือไม่

0
0
0
การลงทุนมีความเสี่ยงและไม่ได้เหมาะสมสําหรับนักลงทุนทุกคน มูลค่าของหลักทรัพย์อาจผันผวน และส่งผลให้ลูกค้าอาจขาดทุนมากกว่าเงินลงทุนเดิม ผลการดําเนินงานในอดีตของหลักทรัพย์หรือผลิตภัณฑ์การเงินไม่ได้รับประกันผลลัพธ์หรือผลตอบแทนในอนาคต โปรดทราบว่าแม้ว่าการกระจายความเสี่ยงอาจช่วยกระจายความเสี่ยง แต่ก็ไม่ได้รับประกันผลกําไรหรือป้องกันการขาดทุนในช่วงตลาดขาลง การขาดทุนมีโอกาสเกิดขึ้นได้เสมอเมื่อคุณลงทุนในหลักทรัพย์หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ ผู้ลงทุนควรพิจารณาวัตถุประสงค์และความเสี่ยงในการลงทุนอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
รายชื่อบทเรียน
1
วิธีการอ่านราคาเสนอซื้อ (Bid) และราคาเสนอขาย (Ask)
2
เริ่มต้นลงทุนยังไง? สำหรับมือใหม่หัดลงทุนครั้งแรก
3
เริ่มต้นการเทรดกับ Webull
4
วิธีอ่านข้อมูลหุ้นเพื่อการเทรดให้เข้าใจง่าย
5
วิธีปรับแต่งหน้าจอการเทรดหุ้นให้ตรงตามสไตล์คุณ
วิธีค้นหาหุ้นปันผล
7
การลงทุนหุ้น Blue Chip ในช่วงที่เศรษฐกิจขาลง
8
วิธีเลือกลงทุนหุ้นเติบโต (Growth Stocks)
9
ข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ในช่วงการประกาศงบการเงินของบริษัท
10
วิธีการค้นหาหุ้นที่เกิด Corporate Actions
11
สิ่งที่นักลงทุนควรรู้เกี่ยวกับการแตกพาร์ของหุ้น